งานไฟเบอร์กลาส

ธันวาคม 03, 2014, 03:17:49 PM โดย Technics
0
6379


การทำชิ้นงานไฟเบอร์กลาส

เตรียมวัสดุ และอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ดังนี้

1. โพลีเอสเตอร์เรซิน (Polyester Resin)
2. ตัวทำแข็ง (Hardener)
3. ตัวเร่งปฎิกิริยา (Makp)
4. โมโนสไตรีน (Monostyrene)
5. ใยแก้ว – ผืนทอหยาบ,ทอละเอียด – ผืนเส้นยาว
6. เจลโค๊ท (Gel Coat)
7. สีเรซิน
8. น้ำยาล้าง อะซิโตน (Acetone)
9. ขี้ผึ้งขัดผิว (Rubbing Compound)
10.น้ำยาถอดแบบ PVA (Pva Release Agent)
11.ผงทัลคัม (Talcum)

อุปกรณ์
1. ภาชนะบรรจุสำหรับเทแยกผสมเรซิน
2. แปรงและลูกกลิ้งสำหรับทาเรซิน
3. ลูกกลิ้ง สำหรับไล่ฟองอากาศ
4. กาพ่นสี หรือฟองน้ำ
5. ผ้าขัด
6. กระดาษทราย เบอร์ 100 , 320 , 800
7. มีด , กรรไกร , เครื่องมือที่ใช้ตัด เจียร์ หรือเจาะ เท่าที่จำเป็น
8. ลิ่ม

กรรมวิธีการทำแม่แบบ(Lay-Up)
1. เตรียมแม่แบบ โดยการทำความสะอาดด้วยน้ำ แล้วตากให้แห้ง
2. ขัดผิวชิ้นงานด้วยขี้ผึ้งขัดผิว (Rubbing Compound) เพื่อให้ผิวเป็นมันเรียบ
3. ทาหรือพ่นน้ำยาถอดแบบ PVA แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง หรือจะขัดด้วยขี้ผึ้งถอดแบบก็ได้
4. ทาหรือพ่นเจลโค๊ทที่แม่แบบ แล้วทิ้งให้แข็งตัว (ถ้าต้องการให้แม่แบบมีสี ก็ให้ผสมเจลโค๊ทที่จะพ่น กับสีเรซินก่อน)
5. วางใยแก้วทับที่แม่แบบ แล้วใช้แปรงจุ่มโพลีเอสเตอร์เรซินที่ผสมตัวเร่งและตัวทำแข็งแล้ว เททับที่ใยแก้ว แล้วใช้ลูกกลิ้งไล่น้ำยา เพื่อให้แน่ใจว่าใยแก้วติดชิ้นงานดีแล้ว
6. ถ้าต้องการความแข็งแรงขึ้นของแม่แบบ ให้ทำซ้ำในข้อ. 5
7. เมื่อปล่อยให้แข็งตัวประมาณ 2-3 ชม. แล้ว ให้ทำการแต่งขอบโดยใช้เครื่องมือตัด กรรไกร หรือ มีด
8. ถอดแม่แบบออกโดยใช้ลิ่มไม้ตอก , ใช้น้ำอัด หรือ ล่มเป่า
9. เมื่อถอดแม่แบบได้แล้วขัดผิวแม่แบบให้เรียบ มัน

ขั้นตอนการทำชิ้นงานไฟเบอร์กลาส

1. ทำความสะอาดแม่แบบด้วยน้ำเช็ดให้แห้ง
2. ขัดผิวแม่แบบให้เรียบมันด้วยขี้ผึ้งขัดผิว ให้ผิวเป็นมันเงา โดยไม่ให้มีขี้ผึ้งเหลือติดอยู่
3. ทาหรือพ่นน้ำยาถอดแบบ PVA ให้ทั่วผิว 2 ครั้ง แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
4. ผสมเจลโค๊ต + ตัวเร่งปฏิกิริยา + ตัวทำแข็ง + สีเรซิน + โมโนสไตรีน
5. พ่นหรือทาเจลโค๊ทที่ผสมแล้ว ให้ได้ความหนาประมาณ 1 ซม. ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชม. ให้แห้งหมาด
6. วางใยแก้วที่ตัดไว้แล้ว ลงตามขอบหรือมุมที่คิดว่าจะวางยากก่อน แล้วค่อยไล่วางลงในส่วนที่เหลือให้ทั่ว ให้ได้ความหนาพอสมควร แล้วใช้แปรงจุ่มโพลีเอสเตอร์เรซินที่ผสมแล้ว ทาบนใยแก้วที่วางบนแม่แบบให้ทั่ว จากนั้นใช้ลูกกลิ้งไล่ฟองอากาศให้ทั่ว แล้วปล่อยให้แห้ง ประมาณ 1 ชม.
7. ทำซ้ำตามข้อ. 6 เพื่อให้ได้ความหนาของชิ้นงานตามที่ต้องการ
8. เมื่อชิ้นงานเริ่มแข็งตัวแล้ว ให้ใช้มีดหรือกรรไกรตัดแม่แบบออก แต่ถ้าแข็งมาก ก็จะต้องใช้เครื่องเจียร์ตัด แล้วทำการตัดแต่งชิ้นงานให้เรียบร้อย สวยงาม ด้วยกระดาษทราย ก็จะได้ชิ้นงานตามต้องการ

ข้อสังเกตุ

1. การผสมเรซิน + ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิด 5% จำนวน 0.2% ของน้ำหนักเรซิน + ตัวทำแข็ง 0.5 – 2% = เรซินจะแข็งตัวภายใน 30-60 นาที ถ้าต้องการลดความหนืด ให้ผสมโมโนสไตรีนก่อนผสมตัวทำแข็ง
2. การพ่นน้ำยาถอดแบบ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที

ขั้นตอนการซ่อมชิ้นงานไฟเบอร์กลาส

1. ให้ทำความสะอาดผิวชิ้นงานก่อนโดยการขัดตามรอยผิวไฟเบอร์กลาสที่แตกหรือชำรุด ด้วยกระดาษทรายเบอร์ 800 ให้ลึกไปถึงเนื้อไฟเบอร์ จากนั้นปัดฝุ่นโดยใช้ลมเป่าไม่ให้มีเศษละอองฝุ่นที่สกปรกติดอยู่
2. จากนั้นให้ฉีดใยแก้วเตรียมไว้ ว่าจะใช้ปะ หรือวางทาบบริเวณใด และขนาดใดบ้าง แล้วจึงผสมน้ำยาเรซิน โดยการเทแบ่งใส่กระป๋องพลาสติกเท่าที่จะใช้ เช่น เทเรซินน้ำหนักประมาณ 1 กก. แล้วใส่ตัวเร่งปฏิกิริยาตัวสีม่วง 0.5-1% ของน้ำหนักเรซินประมาณสัก 20 หยด แล้วใช้ไม้กวนให้เข้ากัน เมื่อเข้ากันดีแล้ว ให้ใส่โมโนสไตรีนในอัตรา 10-15% กวนให้เข้ากัน แล้วจึงใส่ตัวทำแข็งปริมาณ 1-2% ของน้ำหนักเรซิน แล้วกวนให้เท่ากันอีกครั้ง
3. เมื่อผสมกันได้ที่แล้ว ให้ใช้แปรงจุ่มเรซินทาบริเวณที่ต้องการให้ทั่ว แล้ววางใยแก้วทับลงไป ใช้เรซินทาซ้ำอีกครั้ง โดยใช้แปรงหรือลูกกลิ้งไล่กด เพื่อให้แน่ใจว่าใยแก้วและเรซินติดบริเวณที่ต้องการได้สนิทแล้ว ถ้าต้องการให้หนาขึ้น ให้ทำซ้ำได้หลายชั้นตามที่ต้องการ
4. หลังจากทาเรซินที่ผสมแล้ว เรซินจะเริ่มแข็งตัวประมาณ 30 นาที -1 ชม. และแข็งดีขึ้นประมาณ 2-3 ชม.
5. จากนั้นให้ทำการแต่งผิวเรซินให้เรียบร้อยตามต้องการอีกครั้ง โดยใช้อุปกรณ์สำหรับตัดแต่งที่เตรียมไว้แล้ว

ข้อควรระวัง
1. ควรผสมเรซินแค่พอใช้งาน จะได้ไม่ต้องเสียในส่วนที่เหลือ เพราะจะแข็งตัวใช้ไม่ได้
2. ควรเก็บตัวเร่งปฏิกิริยาไว้ให้ห่างจากตัวทำแข็ง เพราะหากผสมกันแล้ว จะเกิดความร้อนทำให้ไฟลุกได้
3 . ควรใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกขณะทำงาน เพื่อป้องกันกลิ่นและฝุ่นละออง




เทคนิคและขั้นตอนการหล่อรูปเหมือน หรือหล่อใส

การทำรูปแบบด้วยยางซิลิโคนโดยการอัดผิวนอกด้วยไฟเบอร์กลาส

1. นำแม่แบบที่ต้องการ มายึดกับฐานไม้ ซึ่งตัดให้ขนาดพอเหมาะด้วยดินน้ำมันหรือกาวยาง
2. นำยางซิลิโคนผสมกับตัวทำแข็ง โดยใช้อัตราส่วน 2-10 % ของน้ำหนักซิลิโคน แล้วกวน ให้ผสมเข้ากัน โดยกะปริมาณยางซิลิโคนให้พอใช้
3. ใช้พู่กันจุ่มที่ยางซิลิโคน แล้วทาให้ทั่วบริเวณแม่แบบ ให้แน่ใจว่าทาทุกส่วนของแม่แบบ เพื่อเก็บรายละเอียด ในลวดลายของแม่แบบ แล้วทาซ้ำหลายๆ ชั้นตามความหนาที่ต้องการ (ยางซิลิโคนแห้งช้า ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชม. บางครั้งจะต้องคอยนำส่วนที่ไหลลงมา ทาซ้ำได้) แล้วปล่อยให้แห้งประมาณ 4-8 ชม.
4. เมื่อยางซิลิโคนแห้งแล้ว ให้กำหนดแนวแบ่งแม่แบบด้านหน้าและหลัง โดยการนำดินน้ำมันมาปั้นให้ได้แผ่นกว้างประมาณ 3 ซม. หนาประมาณ 1-2 ซม. กดให้ติดกับแนวเส้นที่แบ่งไว้บริเวณตรงกลางด้านข้างระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง จนตลอดจากฐานด้านซ้ายไปจนถึงฐานด้านขวา
5. เมื่อติดดินน้ำมันกับยางซิลิโคนแล้ว ทำการแต่งโดยใช้ไม้ปาดดินน้ำมันให้เรียบและบางที่สุด (ดินน้ำมันควรใช้ชนิดที่เหนียวหน่อย)
6. ใช้ใยแก้วเบอร์ 450 ฉีกให้ได้ขนาดตามที่ต้องการเตรียมไว้ และผสมโพลิเอสเตอร์เรซิน+ตัวเร่งปฎิกิริยา 1-2 % แล้วกวนให้เข้ากัน แล้วใส่โมโนสไตรีน 10-15% เพื่อให้โพลีเอสเตอร์เรซินไม่ข้นจนเกินไป แล้วกวนให้เข้ากัน จากนั้นใส่ตัวทำแข็งในอัตรา 0.5-2 % ของน้ำหนักโพลีเอสเตอร์เรซิน แล้วกวนให้เข้ากัน
7. ใช้แปรงจุ่มโพลีเอสเตอร์เรซินที่ผสมแล้ว ทาที่ผิวยางซิลิโคนที่เคลือบแม่แบบด้านหน้าให้ทั่ว แล้ววางใยแก้วที่ฉีกไว้ลงบนเรซินที่ทาไว้ แล้วใช้แปรงจุ่มโพลีเอสเตอร์เรซินทาทับ แล้วกดทับให้ทั่ว ให้แน่ใจว่าใยแก้วติดกับยางซิลิโคน ถ้าต้องการความหนาให้ทาซ้ำ 2-3 ชั้น
8. ปล่อยให้เรซินแห้งตัว ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ใช้มีดตัดแต่งขอบของไฟเบอร์กลาสแม่แบบให้เรียบร้อย แล้วรออีก 2 ชม. จนแห้งดี
9. ดึงดินน้ำมันออกให้หมด แล้วใช้แปรงจุ่มน้ำยา PVA (น้ำยาถอดแบบ) ที่บริเวณปีกด้านข้างของไฟเบอร์กลาสด้านที่เอาดินน้ำมันออก ให้ทาประมาณ 2 ครั้ง แล้วปล่อยให้แห้ง
10.ทำไฟเบอร์กลาสด้านหลังด้วยการทาโพลีเอสเตอร์เรซินที่ผสมแล้วลงบริเวณผิวซิลิโคนด้านหลังของแม่แบบ แล้ววางใยแก้วทับ แล้วทาโพลีเอสเตอร์เรซินทับ ทำซ้ำให้ได้ความหนา 2-3 ชั้น ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ให้เรซินเริ่มแข็ง แล้วใช้มีดตัดขอบให้เสมอกับขอบที่ทำใว้ตอนแรก
11.เมื่อแห้งแล้วให้ใช้สว่านเจาะรูที่ปีก เพื่อสำหรับใส่น๊อตไว้เป็นตัวจับหรืออัดแม่พิมพ์ หลังจากเจาะแล้วให้ถอดแม่แบบไฟเบอร์กลาสออกโดยใช้ไขควงงัด หรือใช้ลมเป่าให้แยกออกจากกัน
12.เมื่อถอดแม่แบบไฟเบอร์กลาสแล้ว ให้ถอดแม่แบบยางซิลิโคนออกจากแม่แบบ โดยการถลกออกจากแม่แบบ ก็จะได้แม่แบบยางซิลิโคนที่ต้องการ


ขั้นตอนการหล่อชิ้นงานจากแม่แบบที่ทำไว้
1. นำแม่แบบซิลิโคนที่ทำไว้แล้วมาใส่เรซินที่ผสมแล้ว เทลงไปในแม่แบบยางซิลิโคนโดยค่อยๆ เทแล้วกลิ้งไปให้ทั่วแม่แบบ โดยจะต้องประกบไว้ด้วยไฟเบอร์กลาสด้านนอก เพื่อช่วยในการยึดจับที่แข็งแรง เมื่อเรซินแห้งแล้ว
2. ให้ใส่วัสดุที่ต้องการเช่น ทรายสี, เศษธนบัตร,หรือสีที่ต้องการผสมลงในเรซิน แล้วคนให้เข้ากันเทลงไปในแม่แบบอีกครั้ง เพื่อให้เนื้อเต็มชิ้นงานตามต้องการ แล้วปล่อยให้เรซินแห้ง
3. ถอดแม่แบบออกจากชิ้นงานเรซินที่หล่อไว้แล้วตัดแต่งผิวให้เรียบร้อยตามที่ต้องการ

ข้อควรระวัง

1. แปรงหรือพู่กันที่จุ่มกับเรซิน จะต้องเช็ดด้วยกระดาษแล้วแช่อะซิโตนทุกครั้งมิฉะนั้นแปรงจะใช้ได้ครั้งเดียว
2. การผสมเรซิน ใช้อัตราส่วน เรซิน+ตัวเร่งปฏิกิริยา 0.5-2% ของน้ำหนักเรซิน กวนให้เข้ากัน+สี+โมโนสไตรีน+ตัวทำแข็ง 1-2% กวนให้เข้ากันของการผสมแต่ละขั้นตอน ถ้าต้องการให้ใส ก็ไม่ต้องใส่สี ,ถ้าไม่ต้องการให้ข้นก็ไม่ต้องใส่โมโน
3. การกวนควรกวนช้าๆ จะทำให้เกิดฟองอากาศน้อย

วัสดุหล่อ

ก่อนที่จะอธิบายการผลิต เราจำเป็นต้องรู้เรื่องวัสดุก่อน เพื่อจะได้ทราบคุณสมบัติและใช้งานได้อย่างถูกวิธี ว่าหน้าที่ของมันมีอะไรบ้าง ก่อนซื้อควรบอกคนขายว่านำไปใช้งานประเภทใด

1. เรซินมีโพลิเอสเตอร์เรซิ่น(เรซิ่นเกรดไฟเบอร์) และและอิพอกซี่เรซิ่น(เรซิ่นชนิดทนความร้อน) ขอเรียกง่ายๆว่า เรซิ่นเป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาใช้เป็นเนื้อของงานไฟเบอร์กลาส เมื่อยังไม่นำมาใช้งานจะมีสภาพเป็นของเหลวข้นคล้ายน้ำมันเครื่องรถ มีกลิ่นฉุนมาก เมื่อผสมสารเคมีลงไปจะเกิดการแข็งตัว ขึ้นเป็นรูปทรงได้

2. โมโนสไตรีนเป็นตัวทำละลายเรซิ่นทำให้เรซิ่นเกิดเหลวมากขึ้น วิธีใช้โมโนสไตรีน ใช้เติมผสมลงในเรซิ่นและเจลโค้ด ให้เหลวมากขึ้น ผสมลงประมาณ10-20 เปอร์เช็นต์ ลักษณะไม่มีสี กลิ่นเหมือน เรซิ่น

3. ตัวม่วงหรือตัวช่วยเร่งปฏิกิริยา สามารถทำให้เรซิ่นเกิดการแข็งตัวเร็วขึ้น เหตุผลที่ต้องผสมตัวม่วงเพราะซิ่นหากไม่ได้ผสมตัวม่วงแล้วอายุการเก็บรักษาจะนานกว่า เวลาซื้อหากจะใช้งานเลยควรจะซื้อเรซิ่นที่ผสมตัวม่วงแล้วเพราะไม่ต้องผสมให้ยุ่งยาก

4.ตัวทำแข็งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เมื่อผสมลงในเรซิ่นแล้ว จะทำให้เรซิ่นร้อนและเกิดการแข็งตัวขึ้น มีลักษณะเป็นของเหลวเหมือนน้ำ ไม่มีกลิ่น เป็นกรดข้อควรระวัง อย่าให้โดนอวัยวะต่างๆของร่างกายเพราะเป็นอันตรายมาก

5. ใยแก้ว งานไฟเบอร์กลาสนี้สำคัญอยู่ที่ใยแก้ว เพราะใยแก้วนี้เป็นตัวประกอบสำคัญ ที่ทำให้แข็งแรงมากขึ้น ใยแก้วมีรูปร่างแตกต่างกันหลายชนิด แต่ที่เหมือนกันก็คือทำให้ชิ้นงานแข็งแรงทนทาน ลักษณะของใยแก้ว เส้นยาว เส้นสั้นแบบรีดเป็นผืน แบบถักเป็นผืน ที่ใช้งานทั่วไปก็เป็นแบบผืนเส้นสั้นหากจะให้แข็งแรงมากๆ ต้องใช้ใยแก้วชนิดทอเหมือนผ้า

ข้อควรระวัง ใยแก้วเป็นสารพิษเวลาทำงานควรสวมผ้าปิดจมูกชุบน้ำหมาดๆ เพราะหากหายใจเข้าไปแล้วจะเป็นสารพิษตกค้าง จะทำให้เกิดโรคมะเร็งได้

7. เจลโค้ท คือส่วนที่เก็บรายละเอียดผิวหน้าของงานไฟเบอร์กลาส สามารถเก็บรายละเอียดของพื้นผิวผลิตภัณฑ์ได้ดีวิธีผสมเจลโค้ท เจลโค้ท+ตัวม่วง+สีเรซิ่น+ตัวทำแข็ง

8. สีเรซิน เป็นสีที่ผสมลงในเรซิ่นเพื่อให้ชินงานเห็นลายละเอียดคมชัด

9. น้ำยาล้างเรซิ่น หรืออะซิโตน มีลักษณะเหมือนทินเนอร์ มีกลิ่นฉุนแรง ใช้ทำความสะอาดเรซิ่นเมื่อเสร็จงานแล้ว ข้อควรจำห้ามใช้อะซิโตนผสมเรซิ่นเด็ดขาดเพราะจะทำให้งานเสียหายได้

10. ขี้ผึ้งขัดผิว ใช้ขัดผิวชิ้นงานให้สะอาดเป็นมันเป็นชนิดเดียวกับยาขัดสีรถยนต์ยาขัดขาวยาขัดแดง

11. น้ำยาถอดแบบหรือpva ใช้สำหรับทาแม่แบบเพื่อให้ถอดแบบง่าย น้ำยาถอดแบบนี้ใช้รองระหว่างชิ้นงานและแม่แบบ เรียกง่ายๆว่าพีวีเอ มีลักษณะเป็นของเหลวไม่มีสีใช้พ่นหรือทาบางๆที่แม่แบบ แห้งเร็วพอแห้งแล้วจะเป็นแผ่นบาง เมื่อถูกน้ำจะละลายทันทีและจะไม่ละลายถ้าถูกเรซิ่น หากข้นไปผสมแอลกอฮอล์ได้ ใช้รองพื้นครั้งสุดท้ายก่อนทาเจลโค้ท

12. ขี้ผึ้งถอดแบบ มีการทำงานเหมือนน้ำยาถอดแบบมือใหม่ควรใช้น้ำยาถอดแบบดีกว่า

13. ทัลคัม เป็นผงแป้งละเอียดสีขาวใช้ผสมเรซิ่นเพื่อทำวัสดุรองพื้น

วัสดุในการปั้นแต่งขึ้นรูป

14. ยูริเทนสเปรย์โฟม ใช้สำหรับขึ้นรูปต้นแบบ พอแห้งแล้วตัดแต่งได้ด้วยมีดคัดเตอร์และ สามารถขัดให้เรียบได้ด้วยกระดาษทราย และยังปาดผิวหน้าให้เรียบได้ด้วยเรซิ่นโป๊หรือสีโป๊ซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง

วิธีการทำแม่พิมพ์

1. เตรียมแม่แบบ โดยการทำความสะอาดด้วยน้ำ แล้วตากให้แห้ง

2. ขัดผิวชิ้นงานด้วยขี้ผึ้งขัดผิว เพื่อให้ผิวเป็นมันเรียบ ขัดให้เกิดความร้อน (เพื่อให้ขี้ผึ้งซึมเข้าแบบเร็วอาจนำไปตากแดดหรือใช้ปืนร้อน)แล้วนำผ้าสะอาดมาขัดซ้ำ

3. ทาหรือพ่นน้ำยาถอดแบบ PVA แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง

4. ทาหรือพ่นเจลโค๊ทที่แม่แบบ แล้วทิ้งให้แข็งตัว (ถ้าต้องการให้แม่แบบมีสีก็ให้ผสมเจลโค๊ทที่จะพ่น กับสีเรซิ่นก่อน)

5. วางใยแก้วทับที่แม่แบบแล้วใช้แปรงจุ่มโพลีเอสเตอร์เรซินที่ผสมตัวเร่ง และตัวทำแข็ง แล้ว เททับที่ใยแก้ว แล้วใช้ลูกกลิ้งไล่น้ำยา เพื่อให้แน่ใจว่าใยแก้วติดชิ้นงานดีแล้ว

6. ถ้าต้องการความแข็งแรงขึ้นของแม่แบบ ให้ทำซ้ำในข้อ. 5

7. เมื่อปล่อยให้แข็งตัวประมาณ 2-3 ชม. แล้ว ให้ทำการแต่งขอบโดยใช้ เครื่องมือตัด กรรไกร หรือ มีด

8. ถอดแม่แบบออกโดยใช้ลิ่มไม้ตอก , ใช้น้ำอัด หรือ ล่มเป่า

9. เมื่อถอดแม่แบบได้แล้วขัดผิวแม่แบบให้เรียบมัน

1. ทำความสะอาดแม่แบบด้วยน้ำเช็ดให้แห้ง

2. ขัดผิวแม่แบบให้เรียบมันด้วยขี้ผึ้งขัดผิว ให้ผิวเป็นมันเงา โดยไม่ให้มีขี้ผึ้งเหลือติดอยู่

3. ทาหรือพ่นน้ำยาถอดแบบ PVA ให้ทั่วผิว 2 ครั้ง แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง

4. ผสมเจลโค๊ต + ตัวเร่งปฏิกิริยา + ตัวทำแข็ง + สีเรซิ่น + โมโนสไตรีน

5. พ่นหรือทาเจลโค๊ทที่ผสมแล้ว ให้ได้ความหนาประมาณ 1ซม. ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชม. ให้แห้งหมาด

6. วางใยแก้วที่ตัดไว้แล้ว ลงตามขอบหรือมุมที่คิดว่าจะวางยากก่อน แล้วค่อยไล่วางลงในส่วนที่เหลือให้ทั่ว ให้ได้ความหนาพอสมควร แล้วใช้แปรงจุ่มโพลีเอสเตอร์เรซิ่นที่ผสมแล้ว ทาบนใยแก้วที่วางบนแม่แบบให้ทั่ว จากนั้นใช้ลูกกลิ้งไล่ฟองอากาศให้ทั่ว แล้วปล่อยให้แห้ง ประมาณ 1 ชม.

7. ทำซ้ำตามข้อ. 6 เพื่อให้ได้ความหนาของชิ้นงานตามที่ต้องการ

8. เมื่อชิ้นงานเริ่มแข็งตัวแล้ว ให้ใช้มีดหรือกรรไกรตัดแม่แบบออก แต่ถ้าแข็งมาก ก็จะต้องใช้เครื่องเจียร์ตัด แล้วทำการตัดแต่งชิ้นงานให้เรียบร้อย สวยงาม ด้วยกระดาษทราย ก็จะได้ชิ้นงานตามต้องการ

วิธีหล่อไฟเบอร์กลาส

อาชีพช่างทำไฟเบอร์ เป็นอาชีพที่น่าเห็นใจอาชีพหนึ่ง เพราะร่างกายต้องทนสารเคมีในการสร้างผลงาน หากเทียบเป็นค่าแรงต่อชีวิตของคนงาน หากทำไปนานๆเข้าก็เส้นใยไฟเบอร์จะเข้าไปสะสมในขั้วปอดจนเกิดเป็นมะเร็งได้ เพราะฉนั้นผู้ที่ประกอบอาชีพ ทำไฟเบอร์กลาสควรมีการป้องกันสารพิษไว้แต่เบื้องต้น สิ่งที่ต้องเราเข้าใจว่าทำไมงานไฟเบอร์กลาสถึงแพง เพราะมันเกี่ยวข้องกับชีีวิตนั่นเองการป้องกันสารพิษเบื้องต้น หน้ากากกันสารพิษ ถุงมีอ ชุดทำงาน ไฟเบอร์กลาสเมื่อเข้าสู่ผิวหนังก็จะเกิดอาการคัน(เป็นเส้นใยที่มองไม่เห็น) ตัวทำแข็งเรซิ่นเมื่อโดนผิวหนัง ห้ามเช็ดด้วยทินเนอร์เด็ดขาดเพราะจะทำปฏิกริยาต่อผิวหนัง แสบร้อน
ต่อมาเรามาศึกษาวิธีการเบื้องต้นกันก่อน

เทคนิคไฟเบอร์-มอเตอร์

ธุรกิจ ไฟเบอร์กลาสสามารถสร้างรายได้มากมายในปัจจุบันเนื่องจากต้นทุนการผลิตต่ำ ค่าแรงสูงอาจจะ20เท่าของราคาต้นทุน การผลิดไม่ยุ่งยากสามารถใช้มือทำโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องจักร ปัจจุบันพลาสติกมีบทบาทกับชีวิตประจำวันมากสำหรับมนุษย์ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อสิบปีที่ผ่านมามีเทคโนโลยีการทำพลาสติกเพิ่มมากขึ้น พลาสติกสมัยใหม่นี้ได้พัฒนาให้แข็งแรง กว่าโลหะได้ถึง 6เท่า สามารถทนความร้อนได้ ทนต่อการผุก่รอนหรือสนิมน้ำหนักเบา และสามารถเป็นฉนวนกันความร้อนได้ด้วย การปรับปรุงด้านเทคโนโลยี ทำให้วัสดุมีความแข็งและเหนียวมาเสริมให้เป็นเนื้อเดียวกัน
วัสดุที่มี คุณสมบัติเหมาะสมที่สุดคือ “ใยแก้ว” มีลักษณะอ่อนนุ่มแต่เหนียวทนการผุก่รอนได้ดี สิบปีผ่านมีวัสดุใหม่ที่ทำให้แข็งแรงยิ่งขึ้นคือ เคลฟล่า และคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งทนกว่าเทคนิคเดิมมาก
ในส่วนของพลาสติกที่จะใช้เป็นเนื้องาน ต้องเป็นชนิดที่มีความแข็งมาก ซึ่งถ้าไม่นำมาเสริมแล้วจะเปราะ ดังนั้นพลาสติกที่นำมาใช้งานได้แก่ โพลิเอสเทอร์เรซิน(เรซิ่นเกรดไฟเบอร์)และอิพอกซี่เรซิ่น(เรซิ่นชนิดทนความ ร้อน) พลาสติกนี้เป็นของเหลว ผสมตัวช่วยเร่งปฏิกริยาและผสมตัวทำแข็งอีก จะทำปฏิกิริยากันให้เกิดความร้อน แล้วจะเปลื่ยนสภาพเป็นของแข็ง เราเรียกผลิตภัณท์นี้ว่า ไฟเบอร์กลาส ไฟเบอร์เคลฟล่า และคาร์บอนไฟเบอร์ ผลิตภัณท์ ทั้ง 3 ชนิดนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น เรือ กันชนรถ แฟริ่งรถ เครื่องดนตรี เป็นต้น งานไฟเบอร์นี้มีประโยชน์ต่อกิจการมากมายทั้งนี้เพราะความแข็งแรงสูง ต้นทุนการผลิตต่ำมาก ค่าแรงสูงมากเมื่อเทียบกับงานที่เป็นโลหะ เทคนิคการทำไม่ยุ่งยาก เครื่องมือและอุปกรณ์ราคาย่อมเยากว่า

เหตุผลที่ทำไมค่าแรงจึงสูงเพราะว่าเป็นงานที่ใช้มือทำสามารถขึ้นรูปได้ตามความต้องการของลูกค้า เป็นงานที่ต้องมีการป้องกันสูงเพราะจะเป็นอันตรายต่อร่างกายหากไม้ป้องกันให้ดี และ เป็นงานที่สามารถลอกเรียนแบบกันได้ง่ายเพราะชิ้นงานทุกชิ้นสามารถนำไปทำต้นแบบได้จุดประสงค์หลักคือต้องการให้ความรู้ในภาควิชาการเพื่อให้นำไปปฏิบัติได้จริงมากกว่าไปอบรมที่ต้องจ่ายค่าเรียนแต่ได้ความรู้มาไม่หมด เมื่อผู้โอกาสมาถึงผู้อ่านแล้ว ควรเริ่มต้นทำจริงเพราะจะทำให้เกิดประสบการณ์ซึ่งจะหาซื้อกันไม่ได้

วัสดุหล่อ
ก่อนที่จะอธิบายการผลิต เราจำเป็นต้องรู้เรื่องวัสดุก่อน เพื่อจะได้ทราบคุณสมบัติและใช้งานได้อย่างถูกวิธี ว่าหน้าที่ของมันมีอะไรบ้าง ก่อนซื้อควรบอกคนขายว่านำไปใช้งานประเภทใด
1. เรซินมีโพลิเอสเตอร์เรซิ่น(เรซิ่นเกรดไฟเบอร์) และ อิพอกซี่เรซิ่น(เรซิ่นชนิดทนความร้อน) ขอเรียกง่ายๆว่า เรซิ่น เป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาใช้เป็นเนื้อของงานไฟเบอร์กลาส เมื่อยังไม่นำมาใช้งานจะมีสภาพเป็นของเหลวข้นคล้ายน้ำมันเครื่องรถ มีกลิ่นฉุนมาก เมื่อผสมสารเคมีลงไปจะเกิดการแข็งตัว ขึ้นเป็นรูปทรงได้
2. โมโนสไตรีนเป็นตัวทำละลายเรซิ่นทำให้เรซิ่นเกิดเหลวมากขึ้น วิธีใช้โมโนสไตรีน ใช้เติมผสมลงในเรซิ่นและเจลโค้ด ให้เหลวมากขึ้น ผสมลงประมาณ10-20 เปอร์เช็นต์ ลักษณะไม่มีสี กลิ่นเหมือน เรซิ่น
3. ตัวม่วงหรือตัวช่วยเร่งปฏิกิริยา สามารถทำให้เรซิ่นเกิดการแข็งตัวเร็วขึ้น เหตุผลที่ต้องผสมตัวม่วงเพราะซิ่นหากไม่ได้ผสมตัวม่วงแล้วอายุการเก็บรักษา จะนานกว่า เวลาซื้อหากจะใช้งานเลยควรจะซื้อเรซิ่นที่ผสมตัวม่วงแล้วเพราะไม่ต้องผสมให้ ยุ่งยาก
4.ตัวทำแข็งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เมื่อผสมลงในเรซิ่นแล้ว จะทำให้เรซิ่นร้อนและเกิดการแข็งตัวขึ้น มีลักษณะเป็นของเหลวเหมือนน้ำ ไม่มีกลิ่น เป็นกรด
ข้อควรระวัง อย่าให้โดนอวัยวะต่างๆของร่างกายเพราะเป็นอันตรายมาก (ถ้าสองตัวนี้โดนผิวหนังห้ามเช็ดกับทินเนอร์เป็นอันขาด จะทำให้ผิวหนังแสบ)
5. ใยแก้ว งานไฟเบอร์กลาสนี้สำคัญอยู่ที่ใยแก้ว เพราะใยแก้วนี้เป็นตัวประกอบสำคัญ ที่ทำให้แข็งแรงมากขึ้น ใยแก้วมีรูปร่างแตกต่างกันหลายชนิด แต่ที่เหมือนกันก็คือทำให้ชิ้นงานแข็งแรงทนทาน ลักษณะของใยแก้ว เส้นยาว เส้นสั้นแบบรีดเป็นผืน แบบถักเป็นผืน ที่ใช้งานทั่วไปก็เป็นแบบผืนเส้นสั้นหากจะให้แข็งแรงมากๆ ต้องใช้ใยแก้วชนิดทอเหมือนผ้า
ข้อควรระวัง ใยแก้วเป็นสารพิษเวลาทำงานควรสวมผ้าปิดจมูกชุบน้ำหมาดๆ เพราะหากหายใจเข้าไปแล้วจะเป็นสารพิษตกค้าง จะทำให้เกิดโรคมะเร็งได้
7. เจลโค้ท คือส่วนที่ปิดผิวหน้าของผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์กลาส สามารถเก็บรายละเอียดของพื้นผิวผลิตภัณฑ์ได้ดี มีลักษณะเหลวคล้ายแป้งเปียกสามารถผสมสีเรซิ่นได้ ใช้พ่นหรือทาก็ได้ เจลโค้ทนี้เป็นชั้นแรกของงานไฟเบอร์ซึ่งทำให้ไฟเบอร์มีผิวมัน ยังสามารถปกปิดใยแก้วได้ด้วย มีลักษณะเหนียวสามารถ ยึดเกาะแม่พิมพ์ได้ง่าย เมื่อพ่นหรือทาจะไม่ไหลมากองอยู่ข้างล่างแม่แบบ ผสมโมโนสไตรีนได้หากเหนียวเกินไป พอแข็งตัวแล้วจะแข็งเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด วิธีผสมเจลโค้ท เจลโค้ท+ตัวม่วง+สีเรซิ่น+ตัวทำแข็ง8. สีเรซิน เป็นสีที่ผสมลงในเรซิ่นเพื่อให้ชินงานเห็นลายละเอียดคมชัด
9. น้ำยาล้างเรซิ่น หรืออะซิโตน มีลักษณะเหมือนทินเนอร์ มีกลิ่นฉุนแรง ใช้ทำความสะอาดเรซิ่นเมื่อเสร็จงานแล้ว ข้อควรจำห้ามใช้อะซิโตนผสมเรซิ่นเด็ดขาดเพราะจะทำให้งานเสียหายได้
10. ขี้ผึ้งขัดผิว ใช้ขัดผิวชิ้นงานให้สะอาดเป็นมันเป็นชนิดเดียวกับยาขัดสีรถยนต์ยาขัดขาวยาขัดแดง
11. น้ำยาถอดแบบหรือpva ใช้สำหรับทาแม่แบบเพื่อให้ถอดแบบง่าย น้ำยาถอดแบบนี้ใช้รองระหว่างชิ้นงานและแม่แบบ เรียกง่ายๆว่าพีวีเอ มีลักษณะเป็นของเหลวไม่มีสีใช้พ่นหรือทาบางๆที่แม่แบบ แห้งเร็วพอแห้งแล้วจะเป็นแผ่นบาง เมื่อถูกน้ำจะละลายทันทีและจะไม่ละลายถ้าถูกเรซิ่น หากข้นไปผสมแอลกอฮอล์ได้ ใช้รองพื้นครั้งสุดท้ายก่อนทาเจลโค้ท
12. ขี้ผึ้งถอดแบบ มีการทำงานเหมือนน้ำยาถอดแบบมือใหม่ควรใช้น้ำยาถอดแบบดีกว่า ที่สำคัญขี้ผึ้งถอดแบบนี้ สามารถถอดแบบ กับต้นแบบกระดาษได้ เนื่องจากขี้ผึ้งมีคุณสมบัติ ทำให้เจลโค้ท หรือเรซิ่นไม่ติดแบบ
13. ทัลคัม เป็นผงแป้งละเอียดสีขาวใช้ผสมเรซิ่นเพื่อทำวัสดุรองพื้น

นี่คือการทำไฟเบอร์กลาสเบื้องต้นนะครับโดยทำชิ้นงานครับ ซึ่ง ใช้วิธีเดียวกันในการทำแม่แบบ
คุณสามารถนำวิธีนี้ไปทำแม่แบบได้เริ่มแต่การเตรียมอุปกรณ์มีเรซิ่น เจลโค้ท ตัวช่วยเร่งปฏิกริยา(ทางร้านจะผสมไว้แล้วท่านไม่ต้องซือมาผสมให้ยุ่งยากอีก) coremat คือไฟเบอร์แผ่นเบาเพิ่มความหนา
แปรงลูกกลิ้ง ชิ้นงาน

1.ขั้นตอนแรกขัดชิ้นงานก่อนนะครับ

2.ใช้ขี้ผึ้งถอดแบบขัดทิ้งไว้จนขึ้นฝ้าขาว แล้วขัดด้วยผ้า(ตัวต้นแบบควรใช้น้ำยาpvaทาหรือพ่นให้ทั่ว)
3.จาก นั้นผสมเจลโค้ทกัตัวทำแข็ง 2เปอร์เซนของน้ำหนักเจลโค้ท หรือมากกว่านั้นสำหรับผมใช้มากกว่า2เปอร์เซนเพราะเจลโค้ทแห้งช้ามาก ทาให้บางนะครับทาหนาจะแห้งช้า แล้วแต่สภาพอากาศถ้าอากาศร้อนจะแห้งเร็วขึ้น บางครั้งอาจใช้เวลา3ชั่วโมงขึ้นไป
4.รอให้เจลโค้ทแห้งถ้าแข็งปนหนืดให้ลงไฟเบอร์ต่อได้เลย
5.ลงไฟเบอร์(ขอย้ำให้ใส่ถุงมือและหน้ากากด้วยผมโดนมาแล้วคันมาก ใยแก้วเป็นสารพิษตกค้างในปอดด้วยนะครับ กันใว้ดีกว่าแก้)
6.ผสม เรซิ่นกับโมโนสไตรีนก่อนตัวทำแข็งนะครับแล้วใส่ตัวทำแข็งประมาณ2เปอร์เซนของ น้ำหนักเรซิ่น ต้องน้อยจริงๆนะครับ 100กรัมใช้4-6หยดก็พอ ตัวทำแข็งในเรซิ่นก็เหมือนหัวเชื้อ ให้แข็งเร็ว ยังไงก็ต้องลองดูครับ
7.วาง ใยแก้วลงไป ตรงที่มีลายละเอียดมากๆให้วางบางๆนะครับ ถ้าวางยิ่งบางยิ่งไม่เกิดฟองอากาศครับแทบไม่ต้องใช้ลูกกลิ้งเลย หากวางหนาอย่างในวีดีโอก็ต้องใช้ลูกกลิ้งครับ
8.ใช้แปรงจุ่มเรซิ่นทาใย แก้วให้ชุ่มก่อนแล้ว ใช้ลูกกลิ้งไล่ฟองอากาศ หากมีฟองอากาศก็ไม่ต้องตกใจนะครับ เพราะมีหัดใหม่เจอทุกคนครับ จากนั้นก็รอให้แห้ง
9.ใช้ลิ่มงัดออก
10.ในวิดีโอเค้าใช้corematทาเรซิ่นเพิ่มความหนา
11.ชิ้นงานที่ไม่เรียบให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดที่สุดขัด ถ้าเรียบแล้วก็ขัดแว็กหรือไขปลาวาฬได้เลย

tip ความสะอาดคือหัวใจสำคัญของการทำงาน

สำหรับมือใหม่จริงๆที่ยังไม่เคยทำผมจะลงการแก้ปัญหาต่าง1ถอดแบบยากแบบเช่นหมวกกันน็อค แบบเต็มหน้า มันถอดไม่ได้แน่นอน ต้องทำแม่พิมพ์ประกบแล้วยิงน็อตในรูปใช้กระดาษ เราสามารถใช้ดินน้ำมันแล้วรองด้านข้างด้วยปูนพลาสเตอร์

แนวทางการแก้ปัญหาในการหล่อไฟเบอร์

1.เจลโค้ท มีลูกค้าหลายท่านที่ประสบปัญหาเรื่องเจลโค้ท คือ เจลโค้ทไม่แห้ง
สาเหตุที่เจลโค้ทไม่แห้งก็คือ ท่านลืมผสมตัวเร่งปฏิกริยา(ตัวม่วง)ลงไป
การผสมให้ใช้สายตา ดู ผสมตัวม่วงลงในเจลโค้ทให้พอเป็นสีชมพู แล้วหยดตัวทำแข็งเล็กน้อย
การลงเจลโค้ทควร ลงสองรอบขึ้นไปครับ คือ ลงครั้งแรกตากแดดให้แห้ง แล้วลงครั้งที่สอง
2.เรซิ่นไม่ยอมแข็งตัว เรซิ่นไม่ยอมแข็งตัวทั้งที่หยดตัวทำแข็งแล้วการแก้ปัญหาก็คือ เราสามารถใช้แสงแดด หรือสปอตไลท์ช่วย ให้แข็งเร็วขึ้น (เรซิ่นในงานไฟเบอร์ต้องใช้แดดช่วย)
3.ปัญหาในการเกิดฟองอากาศ ปัญหาในการเกิดฟองอากาศ สาเหตุก็คือ ตอนวางเส้นใยไฟเบอร์ เราวางเส้นใยมากเกินไปตอนทาเรซิ่น ให้เราลอกแผ่นเส้นใยไฟเบอร์ให้เป็นแผ่นบางๆตรงนี้สำคัญเรื่องฟองอากาศ และการทาเรซิ่นลงไฟเบอร์ มันไม่เหมือนกับทาสีนะครับ ใช้แปรงปาดไม่ได้ ให้ใช้แปรงย้ำเรซิ่น จนเรซิ่นซึมลงในเส้นใย ทำช้าๆนะครับไม่ต้องรีบงานหล่อไฟเบอร์ถ้า เป็นงานละเอียด ยิ่งละเอียดงานยิ่งออกมาดีครับ
4ปัญหาการใช้น้ำยาถอดแบบถอดแล้วเรซิ่นติดแม่แบบจนแม่แบบเป็นรอยมือหัดใหม่ควรใช้ขี้ผึ้งถอดแบบขัดแล้วตากแดดรอให้ขึ้นฝ้า แล้วขัดเบาๆให้ขี้ผึงติดแบบมากที่สุด ทำซ้ำ5-6รอบ แล้วลงกาวน้ำpvaหรือที่เราเรียกว่าน้ำยาถอดแบบรอจนแห้ง(อย่าใช้pvaอย่างเดียวเป็นอันขาดให้ใช้ควบคุ่กับเเว็คด้วย) พอลงไฟเบอร์เสร็จและรอจนแห้งแล้ว ให้นำลงไปถอดแบบในน้ำ(น้ายาpvaเมื่อโดนน้ำแล้วจะละลาย) รับรองวิธีนี้ใช้ได้แน่นอน


เส้นใย
(Roving)   สำหรับใช้กับเครื่องพ่น (Spray Up)
สำหรับใช้กับวิธีการพัน (Filament Winding)
สำหรับวิธีการดึง (Pull Trussing)

ผ้าตาสาน
(Woven Roving)   ใช้สำหรับเสริมแรงในผลิตภัณฑ์เพื่อรับน้ำหนักได้มากขึ้น
มีขนาด 400, 600, 800 กรัม/ตารางเมตร


ใยเส้นสั้น
(ChoppedStrand)   ใช้สำหรับผสมกับเรซินเพื่อใช้ในงานที่เป็นส่วนลึกซื่งใยแก้วชนิดอื่น
ไม่สามารถเข้าไปถึงได้
มีขนาดความยาว 3 ม.ม., 6 ม.ม.


ใยแก้วผืน
(ChoppedStrand Mat)   ใช้สำหรับงานทั่วๆ ไป
ขนาดที่นิยมใช้ ได้แก่ 300, 450, 600 กรัม/ตารางเมตร


ใยแก้วผ้าทอ
(Fabrics)   ใช้สำหรับงานที่ต้องทนต่อแรงสูง หรือรับน้ำหนักมากๆ
มีด้วยกันหลายขนาด ได้แก่ 100, 120, 145, 160, 200 กรัม/ตารางเมตร


ใยแก้วผืนชนิดเส้นใยต่อเนื่อง
(ContinuousStrand Mat)   สำหรับใช้กับเครื่อง Injection ในระบบ RTM
ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะรับแรงได้สูงกว่าแบบ CSM


ใยผิว
(Surfacing Mat)   ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความเนียนของผิวสูง
ช่วยยึดเกาะผิวเจลโค๊ทให้แข็งแรงขึ้น


ใยสานแบบเย็บติด
(Stitch Mat)   ใช้สำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงสูงมากๆ


เทปไฟเบอร์
(Glass Tape)   ใช้เสริมช่วงรอยต่อของแผ่นใยแก้ว

ที่มา :  htt p://dodoton.blogspot.com/





ยังไม่มีความคิดเห็น