เคล็ดลับเช็คCapacitor Filterโดยไม่ต้องถอดขาอุปกรณ์

พฤศจิกายน 20, 2014, 03:42:10 PM โดย ดูแลระบบ
0
26018

ตัวอย่างหน้าตาและชนิดของCapacitor


ก่อนอื่นมารู้จักกับC FILTERกันก่อนนะครับ
สรุปสั้นๆC FILTER ในวงจรทำหน้าที่กรองกระแสไฟให้เรียบ ให้มีริพเพิลน้อยที่สุด ...ในวงจรความถี่ต่ำเราจะใช้ค่าความจุของC FILTER มาก ...ในวงจรความถี่สูงเราจะใช้ค่าความจุของC FILTER น้อย

 




สัญลักษณ์และรูปร่างของอิเล็กโทรไลติคคาปาซิเตอร์

ในหัวข้อนี้เราจะเน้นการเช็คElectrolytic Capacitor Filter เท่านั้น
 






คาปาซิเตอร์ ที่ทำหน้าที่กรองกระแสไฟให้เรียบ เรียกว่า ฟิลเตอร์คาปาซิเตอร์ ( filter capacitor)ดังภาพด้านบน

หลักสังเกต : filter capacitor จะมีขาใดขาหนึ่งต่อลงกราวด์เสมอ 1 ขา อย่าสับสนกับ coupling  capacitorนะครับ





หากทำหน้าที่ผ่านสัญญาณเสียง หรือสัญญาณความถี่ (ไม่นิยมใช้ในความถี่สูงมากนัก) เรียกว่า คับปลิ้งคาปาซิเตอร์ ( coupling  capacitor)ดังภาพด้านบน

...วิธีดูว่าคาปาซิเตอร์ตัวนั้นๆทำหน้าที่เป็นคับปลิ้งคาปาซิเตอร์หรือไม่ ....คับปลิ้งคาปาซิเตอร์ ( coupling  capacitor)จะไม่มีขาใดเลยต่อลงกราวด์





ลักษณะภายในElectrolytic Capacitor

ก่อนจะซ่อม หากเรารู้ลึกลงไปอีกนิด ย่อมได้เปรียบ ... 

คาปาซิเตอร์ หรือคอนเด็นเซอร์ทำหน้าที่เก็บประจุไฟฟ้า และคายประจุไฟฟ้าให้กับวงจร

คาปาซิเตอร์ทำด้วยแผ่นโลหะ 2 ชิ้นวางชิดกันโดยมีฉนวนกั้นกลางแผ่นตัวนำทั้งสองข้างเรียกว่าไดอิเล็กตริก ชื่อชนิดของคาปาซิเตอร์จะเรียกตามชื่อสารไดอิเล็กตริกที่นำมาทำ

คาปาซิเตอร์ชนิดมีขั้วบวก , ลบ เมื่อต่อใช้งานต้องให้ถูกขั้ว หากต่อผิดขั้วจะทำให้เกิดก๊าซภายในตัวคาปาซิเตอร์ อาจจะระเบิดได้ เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวัง





ตารางด้านบนเป็นค่าของหน่วยเอสไอ ซึ่งแสดงค่าอย่างละเอียด บางท่านอาจไม่คุ้นตามากนัก
คาปาซิเตอร์หรือตัวเก็บประจุไฟฟ้า จะมีหน่วยวัดความจุของคาปาซิเตอร์ หน่วยเป็นฟารัด หรือใช้คำย่อว่า F
  F ฟารัด เป็นหน่วยการวัดจากการที่กระแสไฟฟ้า 1 แอมแปร์ไหลผ่านขั้วอิเล็กโทรดทั้งสองในเวลา1 วินาที มีความต่างศักดิ์ระหว่างขั้วอิเล็กโทรด 1 โวลท์ มีประจุอยู่ 1 คูลอมบ์

หน่วยการวัดค่าการเก็บประจุของคาปาซิเตอร์ ที่นิยมใช้...
                                                    1 ฟารัด (F)            = 1,000,000 ไมโครฟารัด (uF)

                                                    1 ไมโครฟารัด (uF)  = 1,000 นาโนฟารัด (nF)

                                                    1 นาโนฟารัด (nF)    = 1,000 พิโคฟารัด (pF)





เอาล่ะ ..คราวนี้เราจะมาดูว่า เมื่อนำElectrolytic Capacitor Filterมาต่อใช้งานจริง  ในกรณีที่ Electrolytic Capacitor Filter เสื่อมหรือออกแบบให้ความจุน้อยไป จะส่งผลต่อแรงไฟดีซีที่ออกมาอย่างไร 
(เนื่องจากบางภาพนำมาจากบทเรียนของ www.eon49.com ตัวเลขแรงไฟบางภาพอาจไม่ตรงกัน ..ก็ไม่ต้องซีเรียสครับ )






ขยายภาพให้ชัดขึ้น
●แรงไฟตรง(ดีซี)ที่ได้จากวงจรนี้ แสดงด้วยเส้นสีแดง ในที่นี้วัดได้  +5โวลท์ดีซี.
●แรงไฟริพเพิลที่ได้จากวงจรนี้ แสดงด้วยเส้นฟ้า ในที่นี้วัดได้+5ถึง  +7.5โวลท์ดีซี. หรือวัดเป็นคลื่นสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับได้ 7.5ลบด้วย 5.0 =2.5โวลท์เอซี (เหนือระดับไฟ+5โวลท์)***



ช่างซ่อมทุกคนต้องวัดแรงไฟดีซี และแรงไฟริพเพิลให้เป็น และให้คล่องด้วย เพราะมีผลกับงานซ่อมและการวิเคราะห์วงจรมากครับ






●มิเตอร์ตัวซ้าย วัดแรงไฟดีซี
●มิเตอร์ตัวขวา วัดแรงไฟเอซี หรือคลื่นริพเพิล ให้สังเกตุตำแหน่งการเสียบสายสีแดงด้วยครับ
(ในที่นี้ การวัดแรงไฟเอซี หรือคลื่นริพเพิลจะยกตัวเลขมาพอให้เข้าใจ ..ในการวัดจริง ออสซิลโลสโคปจะวัดแรงดันได้สูงกว่ามิเตอร์ 1.414เท่า  เพราะออสซิลโลสโคปจะวัดแรงดันถึงจุดยอดสุดของรูปคลื่น(PEAK-TO-PEAK) ส่วนมิเตอร์จะวัดได้เพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น(RMS) )





ดังนั้นเมื่อเราจับหลักการได้แล้ว ..การเช็คElectrolytic Capacitor Filterโดยไม่ต้องถอดขาอุปกรณ์ ก็เป็นเรื่องหมูๆ 

  ยกตัวอย่าง ภาคจ่ายไฟของโทรทัศน์ samsung  เราจะมาวัดว่าElectrolytic Capacitor Filter ในวงกลมเสียหรือเสื่อมไหม
โดยอาศัยหลักการที่ว่า หากElectrolytic Capacitor Filter เสื่อมหรือลดค่าเก็บประจุลงเท่าไร คลื่นแรงไฟริพเพิลก็ยิ่งสูงเท่านั้น ..เท่านี้ก็หากินได้แล้ว ..ดมควันตะกั่วน้อยลง ปริ้นท์ก็ไม่ช้ำเพราะต้องถอดออกใส่เข้า ..ประหยัดเวลา



..หากวัดแรงไฟริพเพิลได้ต่ำอย่างนี้ ฟันธงไปได้เลยว่า Electrolytic Capacitor Filter ดี ไม่เสียแน่นอน




ในทางตรงข้าม ถ้าวัดแล้วได้แรงไฟริพเพิลสูงอย่างนี้ ...เปลี่ยนElectrolytic Capacitor Filter ได้เลยครับ (แรงไฟริพเพิลจะมากหรือน้อยเท่าไรนั้น ควรทดลองวัดด้วยตนเอง เพราะแต่ละวงจรหรือแต่ละเครื่องที่เสื่อมจะวัดได้แรงไฟไม่เท่ากันเป๊ะ ...ฝึกฝนด้วยตัวเอง แล้วจะชำนาญ วัดครั้งเดียว รู้ผลทันทีครับ


 ..เอาล่ะ วันนี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้ วันหน้าพอมีเวลา จะมาลงบทความที่น่าเป็นประโยชน์แก่เพื่อนช่างกันอีก..ขอให้ไม่ขัดสนในการประกอบอาชีพที่ดีและมีเกียรติครับ

           .. ช่างเล็กๆ(LSV)


ที่มา  http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?topic=92934.0







ยังไม่มีความคิดเห็น